เกาะสีชัง ... ที่ไม่น่าชัง
หลังจากที่เราได้ไปเที่ยวเกาะทะลุ ทางชายฝั่งด้านภาคตกของประเทศไทย กันมาแล้ว คราวนี้กระปุกไกด์ก็ขอพาไปเที่ยวเกาะสงบๆ อีกแห่ง ทางฝั่งตะวันออก ของประเทศไทย กันบ้า แถมใกล้นิดเดียว เดินทางเพียง 3 ชั่วโมงเราก็จะได้ไปเหยียบ ผืนเกาะแห่งนี้กัน สบายๆ เลย...
เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชา ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยว ในบรรยากาศแบบ ท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ แหล่งชุมชนเกาะสีชังอยู่ทาง ด้านตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นสถานที่สำหรับเริ่มต้น การเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือ "สกายแล็ป" (รถที่คล้ายรถตุ๊กๆ แต่มีขนาดกว้าง และยาวกว่า) ไปยังจุดอื่น ๆ บนเกาะสีชัง และแม้เกาะสีชังจะไม่มีชายหาดสวยงามลือชื่อ เหมือนกับเกาะแก่งอื่นๆ ของเมืองไทย แต่ทัศนียภาพก็งดงาม แถมมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่รอให้นักเที่ยวทั้งหลายไปเยือนกันด้วยนะ
จุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชังมีมากมาย และที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อก็ได้แก่
พระจุฑาธุชราชฐาน (ท่าวัง)
เกาะสีชังถือเป็นเกาะประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของเมืองไทย เนื่องจากว่าในอดีตมีพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือรัชกาลที่ 4 ,รัชกาลที่ 5 , รัชกาลที่ 6 เสด็จมาประพาสพักผ่อน โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน พร้อมพระราชทานนามว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน" ตามพระนามของพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะแห่งนี้
พระจุฑาธุชราชฐาน อยู่ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง สิ่งที่น่าสนใจในพระราชฐานนี้นอกจาก อาคารพระจุฑาธุชราชฐาน ที่งดงามด้วยด้วยสถาปัตยกรรมไม้สไตล์เรือนขนมปังขิงแล้ว บริเวณรอบข้างก็ยังมี ตึกวัฒนาเป็นตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องเกล็ดเต่า ตึกผ่องศรี เป็นตึกแปดเหลี่ยมชั้นเดียว ตัวตึกทาสีขาวมี 9 ประตู ตึกอภิรมย์ ตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สร้างอย่างเรียบง่ายแต่ลงตัว
นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ ประภาคาร และที่นี่ยังมีบ่อน้ำจืดที่ถูกค้นพบในสมัยรัชกาลที่ 5 อยู่ใกล้ๆ กันอีกด้วย
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และมณฑปรอยพระพุทธบาท
ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจนศาลเจ้าพ่อเขา ใหญ่นอกจากจะเป็นที่เคารพสักการะของคนสีชังแล้ว ยังเป็นที่สักการะที่ชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือกันมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีคนมาบวงสรวง กราบไหว้กันอย่างเนืองแน่น ส่วนมณฑปรอยพระพุทธบาทนั้น อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐาน ไว้บนยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลอันสวยงามได้โดยรอบ
ช่องเขาขาด หรือ ช่องอิศริยาภรณ์
อยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5 สำหรับท้องทะเลแถบนี้มีหาดหินก้อนกลมเกลี้ยงเป็นที่มา ของชื่อหาด ส่วนบริเวณช่องเขาขาดจะมีทางเดินสีขาว ทอดตัวยาวลงสู่ เบื้องล่างลดระดับไปตามไหล่เขา โดยทางเดินสายนี้ 2 ข้างทางประดับประดาไปด้วย ดวงไฟหงส์ไปจนสุดสาย และบริเวณนี้ยังเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลากันเป็นจำนวนมาก
หาดถ้ำเขาพัง
เป็นชายหาดแห่งเดียวของเกาะ อยู่ทางด้านตะวันตก มีลักษณะเป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ ถ้าอยากเล่นน้ำทะเล หรือ เตรียมตัวมาพักค้างแรม ควรมาพักที่หาดถ้ำพังแห่งนี้ ที่มีโค้ง หาดยาวเหยียดเป็นรูปวงพระจันทร์ หาดทรายขาว และ คลื่นลมแรง ทำให้ได้บรรยากาศของพักผ่อนตากอากาศ ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีร้านอาหารและที่พักให้บริการ บริเวณตอนเหนือของหาดเป็นแหลมชื่อว่า แหลมถ้ำพัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ตก สำหรับขาลุยที่ชอบ การแค้มปิ้งกางเต็นท์ ก็สามารถลุยได้สบาย ไม่เสียค่าใช้จ่าย เสียเพียงค่าอาบน้ำจืดและเข้าห้องน้ำเพียงเท่านั้น การเดินทางท่องเที่ยว บางทีก็ไม่จำเป็นว่าต้องไปไกลๆ เสมอไปใช่ไหมคะลองให้เกาะสีชังเป็นตัวเลือกสำหรับการพักผ่อน ในวันสบายๆ ของคุณ ง่ายๆ ใกล้ๆ สะดวกสบาย แล้วคุณจะรู้ว่า เกาะสีชัง...ไม่น่าชังเหมือนชื่อสักนิดเลยค่ะ
การเดินทาง
โดยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางสายสุขุมวิท ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอศรีราชาไปจนพบสี่แยกวังหิน จะพบป้ายไปอำเภอเกาะสีชังทางขวามือ ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสุรศักดิ์ 2 ตรงไปจนพบหอนาฬิกา แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเจิมจอมพลถึงซอย 14 ซึ่งเป็นซอยแคบ ปากซอยมีป้ายเล็กๆ ชี้เข้าสู่ชุมชนชาวทะเลที่มีชื่อว่า "ท่าเรือจรินทร์" สามารถนำรถเข้าไปจอดได้ยังที่รับฝากรถซึ่งอยู่บริเวณท่าเรือ ค่าบริการสำหรับการจอดรถชั่วคราว 50 บาท และสำหรับการจอดค้างคืน 100 บาท
โดยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งเอกมัย มีทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ไปลงที่ศรีราชา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 - 2 ชม. เมื่อถึงศรีราชาแล้วไปลงเรือที่ท่าเรือ ศรีราชา ซึ่งมีเรือโดยสารให้บริการตลอดทั้งวัน เมื่อถึงศรีราชาแล้ว ต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างค่าบริการประมาณ 15 บาท หรือรถตุ๊กๆ ซึ่งคิดค่าบริการประมาณ 30 บาท ไปลงเรือที่ท่าเรือจรินทร์
จากนั้นต่อเรือเมล์ศรีราชา-สีชัง จากท่าเรือ จรินทร์ใน อ.ศรีราชา ไปยังเกาะสีชัง โดยเรือจะออกจากเกาะสีชังที่ท่าล่าง(ท่าเทววงศ์)ก่อน แล้วจึงไปแวะจอดที่ท่าบน(ท่าภานุรังษี) อัตราค่าโดยสาร คนละ 20 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เรือออกจากฝั่งศรีราชาเวลา 06.00-20.00 น. ส่วนเรือออกจากเกาะสีชังเวลา 06.00-18.00 น. โดยมีเรือออกทุกๆ ชั่วโมง
การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร การเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่างๆ จะสะดวกมาก ซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบๆ ละประมาณ 150 - 250 บาท
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
เกาะขามใหญ่ อยู่ด้านหน้าเกาะสีชัง ห่างจากเกาะสีชังไปประมาณ 5 นาที เรือโดยสารที่ไปเกาะสีชังจะแวะจอดที่เกาะขามใหญ่ บนเกาะเป็นหมู่บ้านชาวประมง มีบริการที่พักรับรองนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ซึ่งมีกิจกรรมตกปลา หาหอยนางรมและตกปลาหมึก
เกาะท้ายค้างคาว เป็นเกาะเล็ก ๆ ด้านทิศใต้ของเกาะสีชัง มีหาดทรายและปะการัง สามารถนั่งเรือจากท่าเทววงศ์ไปประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าเช่าเรือประมาณ 800 บาท บนเกาะมีที่พักบริการ
สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเกาะสีชังเพิ่มเติมได้ที่ ททท. ภาคกลางเขต 3 โทร 0-3842-7667, 0-3842-8750
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553
เกาะสีชัง2
เกาะสีชัง
จุฑาธุชราชฐาน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ วัดไหนเกาะขาม ลือนามพระพุทธบาท
หาดทรายงามล้ำค่า เมืองท่าพาณิชย์
คำขวัญของอำเภอเกาะสีชัง
เกาะสีชังสถานต่างอากาศที่มีชื่อเสียง เกาะสีชังเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปี จนถึงปัจจุบัน
มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ท่อง
ี่เที่ยวอันงดงาม เกาะสีชังเป็นท้องที่ที่มีความสำคัญทาประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสถานที่ประทับ ของพระเจ้าแผ่นดินถึง
3 พระองค์ คือ รัชกาลที่4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีหลักฐานปรากฏจากพระนามาภิไธยหลายแห่ง และ
รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสถานที่ประทับในฤดูร้อน และพระราช
ทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้
เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร ประกอบ
ด้วย เกาะสีชัง และเกาะบริวารน้อยใหญ่อีก 8 เกาะ คือ เกาะยายท้าว เกาะค้างคาว เกาะท้ายตาหมื่น เกาะปรง
เกาะขามใหญ่ เกาะขามน้อย เกาะสัมปันยื้อ และเกาะร้านดอกไม้ เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่า
ท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้
เกาะสีชัง เกาะสีชัง
สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
1.พระจุฑาธุชราชฐาน
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะสีชัง ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นท่ี
ี่ประทับในฤดูร้อน มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่น กันอย่างงดงามประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ ถ้ำและหน้าผา ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม
ตกแต่งตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้
เรือนเขียว
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเสด็จมายังเกาะสีชังเป็นประจำโดยเรือกลไฟ และประทับแรมบนเรือพระที่นั่งโดยมิได้สร้าง
สร้างพลับพลาที่ประทับ แต่ในเวลานั้นก็มีเรือนไม้พักผ่อนริมทะเล ปลูกสร้างอยู่แล้วหลังหนึ่งคือ "เรือนเขียว" ปัจจุบันยังอยู่และมีสภาพที่เรียบร้อยสมบูรณ์
เกาะสีชัง
เรือนผ่องศรี
จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและประวัติบุคคลผู้ที่มีบทบาทสำคัญกับเกาะสีชังในอดีต
พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ พระที่นั่งองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงโปรดเกล้าวางศิลาฤกษใน
ปี พ.ศ.2435 แต่ขณะที่กำลังก่อสร้างพระที่นั่งองค์นี้ ได้เกิดเหตุความไม่สงบ ร.ศ.112 ขึ้น ต่อมาพระองค์ท่านได้มีพระ
์พระราชองค์การรับสั่งให้รื้อพระที่นั่งองค์นี้ แล้วมาสร้างในพระราชวังสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร และพระราชทานนาม
ใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งองค์พระที่นั่งเป็นเรือนไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก การก่อสร้างนั้นไม่ได้ใช้ตะปูเข้าเรือน
เรือนเลยสักตัว เป็นการสร้างเรือนไม้ด้วยช่างไม้หลวงฝีมือชั้นครู ภายในพระจุฑาธุชราชสถานปัจจุบันเหลือเพียงฐาน ของอาคารซึ่งเป็นคานคอดินที่เหลือให้พวกเรา ได้จินตนาการว่าองค์พระที่นั่งวิมานเมฆได้เคยก่อสร้างเป็นอาคารริม
ทะเลที่สวยงามอย่างมาก
เรือนวัฒนา
จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในเกาะสีชังในสมัยรัชกาลที่ 5
สะพานอัษฎางค์
อยู่ในบริเวณพระตำหนัก เป็นสะพานที่รัชกาลที่ 5 ท่านทรงใช้เป็นท่าขื้นเทียบเรือหลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส ที่เห็นนี่คือบูรณะใหม่ทั้งหมดแล้ว แต่ว่ายังคงรูปแบบสภาพเดิมทั้งหมด
เกาะสีชัง เกาะสีชัง เกาะสีชัง
อัษฎางค์ประภาคาร
อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีศิลาอยู่ใต้น้ำอยู่ตรงปากช่องทางเรือ ทั้งนี้เพื่อเป็นที่สังเกตแก่เรือที่จะเดินเข้าออก
พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร
เป็นพระอุโบสถที่อยู่ในเขตพระราชวัง มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น คือ พระอุโบสถอยู่ใต้เจดีย์ทรงกลมแบบลังกาตัวพระ
อุโบสถสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บริเวณพระเจดีย์อุโบสถยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ้งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียปลูกไว้ด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ที่ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่สูงมองเห็นได้ชัดและจากองค์พระเจดีย์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณพระราชฐานโดยรอบ รวมถึงภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวย
เกาะสีชัง เกาะสีชัง
2. ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน
เกาะสีชัง อ
3. มณฑปรอยพระพุทธบาท
อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ
4.ช่องเขาขาด
ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์สามารถชม
พระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลา
ที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5
เกาะสีชัง
5.แหลมมหาวชิราวุธ
แหลมมหาวชิราวุธ คล้ายกับแหลมพรมเทพ แต่เล็กกว่าเป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเกาะสีชัง มีสะพานที่ทอด
ี่ยาวยื่นออกไปยังแหลม นักท่องเที่ยวนิยมไปตกปลาที่นั่นกันมากเพราะเป็นโขดหินมากมายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ
ฝูงปลาหลายชนิด และสวยงามเป็นอย่างมาก แหลมสลิดยังเ็ป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นอีกด้วยในฤดูหนาว
พระอาทิตย์ตกน้ำจะมีดวงใหญ่โตเป็นพิเศษ
เกาะสีชัง
6.หาดถ้ำเขาพัง
ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร จะสะดวกมากหากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 150-250 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง
เกาะสีชัง เกาะสีชัง
7.แหลมจักรพงษ์
เป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่ง เลยหาดถ้ำพัง ไปทางทิศตะวันตก ใช้เส้นทางเดียวกันกับเส้นทางไปหาดถ้ำพังบริเวณริมฝั่ง
ทะเลจะเป็นโขดหินขนาดใหญ่ สวยงาม เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามและมีจุดพักของนักท่องเที่ยวปลูก
เป็นกระโจมเล็กๆกลมกลืนกับบรรยากาศ ได้อย่างสวยงสมและลงตัวลงตัว
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก
คุณเอ http://phitchaphat.multiply.com
คุณน้ำพี้ http://nampee.multiply.com
คุณลูมิซิโอะ http://lumixio.multiply.com
การเดินทางไปเกาะสีชัง
1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางนา - ตราด มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี จากตัวเมืองชลบุรี มุ่งหน้าสู่บางแสน (หลักกิโลเมตรที่
104 ท่านจะถึงแยกขวามือเข้า หาดบางแสน ) จากทางเข้าหาดบางแสน ขับตรงไปประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึง ห้าง
โรบินสันศรีราชา ซึ่งอยู่ทางขวามือของท่าน ( ตรงห้างโรบินสัน คือ หลักกิโลเมตรที่ 117 ) จากนั้นให้เลี้ยวขวาตรง
ห้างโรบินสัน จากนั้นขับตรงไปยังท่าเรือเกาะลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึง ท่าเรือเกาะลอย
**หากท่านต้องการค้างคืนสามารถจอดรถไว้ืที่ฝั่งเกาะลอยๆได้**
1. รถโดยสารสาธารณะ
สามารถขึ้นรถได้ 2 แห่ง คือ
- สถานนีเอกมัย นั่งรถกรุงเทพ - สัตหีบ หรือกรุงเทพ - ศรีราชา หรือ กรุงเทพ - พัทยา แล้วไปลงที่ หน้าห้างโรบินสัน
ศรีราชา จากนั้นเดินข้ามฝั่งไปยังห้างโรบินสัน แล้วนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างหรือสามล้อเครื่องปยังท่าเรือเกาะลอย
( ค่าโดยสาร 40 บาท )
- สถานีหมอชิตรถออกทุกครึ่งชัวโมง ตั้งแต่เวลา 05.00-20.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ที่มีรถออกตั้งแต่ 04.30 น.
จากศรีราชา(ท่าเรือเกาะลอย) ไปยังเกาะสีชัง(ท่าเรือเทววงศ์)
มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเกาะลอยทุกวันตั้งแต่ 6.00 -20.00 น. ออกทุกชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที
จากเกาะสีชังมายังท่าเรือเกาะลอย ศรีราชาก็เช่นกัน แต่ในวันเสาร์อาทิตย์จะเพิ่มรอบเรือเวลา 7.00 น. ด้วย ค่าโดยสาร
40 บาท
**รายละเอียดสอบถามได้ที่เรือสีชังพาเลซ โทร. 038 216 276-82 หรือ เรือแสงประทีปบริการ โทร. 038 313 687
การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างไกลกันพอสมควร นักท่องเที่ยวจึงนิยมเช่ามอเตอร์ืไซต์หรือสามล้อเครื่อง
สกายแลป (นั่งได้ 3- 4คน) ค่ารถมอเตอร์ไซต์วันละ 250 บาท, ค่ารถสกายแลป 150-250 บาท แล้วแต่การแวะชม
สถานที่ท่องเที่ยวจุดใดบ้างซึ่งท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง
เทศบาลตำบลเกาะสีชัง 038 216 141
จุฑาธุชราชฐาน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ วัดไหนเกาะขาม ลือนามพระพุทธบาท
หาดทรายงามล้ำค่า เมืองท่าพาณิชย์
คำขวัญของอำเภอเกาะสีชัง
เกาะสีชังสถานต่างอากาศที่มีชื่อเสียง เกาะสีชังเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปี จนถึงปัจจุบัน
มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ท่อง
ี่เที่ยวอันงดงาม เกาะสีชังเป็นท้องที่ที่มีความสำคัญทาประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสถานที่ประทับ ของพระเจ้าแผ่นดินถึง
3 พระองค์ คือ รัชกาลที่4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีหลักฐานปรากฏจากพระนามาภิไธยหลายแห่ง และ
รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสถานที่ประทับในฤดูร้อน และพระราช
ทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้
เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร ประกอบ
ด้วย เกาะสีชัง และเกาะบริวารน้อยใหญ่อีก 8 เกาะ คือ เกาะยายท้าว เกาะค้างคาว เกาะท้ายตาหมื่น เกาะปรง
เกาะขามใหญ่ เกาะขามน้อย เกาะสัมปันยื้อ และเกาะร้านดอกไม้ เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่า
ท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้
เกาะสีชัง เกาะสีชัง
สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
1.พระจุฑาธุชราชฐาน
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะสีชัง ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นท่ี
ี่ประทับในฤดูร้อน มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่น กันอย่างงดงามประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ ถ้ำและหน้าผา ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม
ตกแต่งตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้
เรือนเขียว
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเสด็จมายังเกาะสีชังเป็นประจำโดยเรือกลไฟ และประทับแรมบนเรือพระที่นั่งโดยมิได้สร้าง
สร้างพลับพลาที่ประทับ แต่ในเวลานั้นก็มีเรือนไม้พักผ่อนริมทะเล ปลูกสร้างอยู่แล้วหลังหนึ่งคือ "เรือนเขียว" ปัจจุบันยังอยู่และมีสภาพที่เรียบร้อยสมบูรณ์
เกาะสีชัง
เรือนผ่องศรี
จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและประวัติบุคคลผู้ที่มีบทบาทสำคัญกับเกาะสีชังในอดีต
พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ พระที่นั่งองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงโปรดเกล้าวางศิลาฤกษใน
ปี พ.ศ.2435 แต่ขณะที่กำลังก่อสร้างพระที่นั่งองค์นี้ ได้เกิดเหตุความไม่สงบ ร.ศ.112 ขึ้น ต่อมาพระองค์ท่านได้มีพระ
์พระราชองค์การรับสั่งให้รื้อพระที่นั่งองค์นี้ แล้วมาสร้างในพระราชวังสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร และพระราชทานนาม
ใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งองค์พระที่นั่งเป็นเรือนไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก การก่อสร้างนั้นไม่ได้ใช้ตะปูเข้าเรือน
เรือนเลยสักตัว เป็นการสร้างเรือนไม้ด้วยช่างไม้หลวงฝีมือชั้นครู ภายในพระจุฑาธุชราชสถานปัจจุบันเหลือเพียงฐาน ของอาคารซึ่งเป็นคานคอดินที่เหลือให้พวกเรา ได้จินตนาการว่าองค์พระที่นั่งวิมานเมฆได้เคยก่อสร้างเป็นอาคารริม
ทะเลที่สวยงามอย่างมาก
เรือนวัฒนา
จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในเกาะสีชังในสมัยรัชกาลที่ 5
สะพานอัษฎางค์
อยู่ในบริเวณพระตำหนัก เป็นสะพานที่รัชกาลที่ 5 ท่านทรงใช้เป็นท่าขื้นเทียบเรือหลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส ที่เห็นนี่คือบูรณะใหม่ทั้งหมดแล้ว แต่ว่ายังคงรูปแบบสภาพเดิมทั้งหมด
เกาะสีชัง เกาะสีชัง เกาะสีชัง
อัษฎางค์ประภาคาร
อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีศิลาอยู่ใต้น้ำอยู่ตรงปากช่องทางเรือ ทั้งนี้เพื่อเป็นที่สังเกตแก่เรือที่จะเดินเข้าออก
พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร
เป็นพระอุโบสถที่อยู่ในเขตพระราชวัง มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น คือ พระอุโบสถอยู่ใต้เจดีย์ทรงกลมแบบลังกาตัวพระ
อุโบสถสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บริเวณพระเจดีย์อุโบสถยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ้งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียปลูกไว้ด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ที่ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่สูงมองเห็นได้ชัดและจากองค์พระเจดีย์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณพระราชฐานโดยรอบ รวมถึงภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวย
เกาะสีชัง เกาะสีชัง
2. ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน
เกาะสีชัง อ
3. มณฑปรอยพระพุทธบาท
อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ
4.ช่องเขาขาด
ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์สามารถชม
พระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลา
ที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5
เกาะสีชัง
5.แหลมมหาวชิราวุธ
แหลมมหาวชิราวุธ คล้ายกับแหลมพรมเทพ แต่เล็กกว่าเป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเกาะสีชัง มีสะพานที่ทอด
ี่ยาวยื่นออกไปยังแหลม นักท่องเที่ยวนิยมไปตกปลาที่นั่นกันมากเพราะเป็นโขดหินมากมายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ
ฝูงปลาหลายชนิด และสวยงามเป็นอย่างมาก แหลมสลิดยังเ็ป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นอีกด้วยในฤดูหนาว
พระอาทิตย์ตกน้ำจะมีดวงใหญ่โตเป็นพิเศษ
เกาะสีชัง
6.หาดถ้ำเขาพัง
ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร จะสะดวกมากหากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 150-250 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง
เกาะสีชัง เกาะสีชัง
7.แหลมจักรพงษ์
เป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่ง เลยหาดถ้ำพัง ไปทางทิศตะวันตก ใช้เส้นทางเดียวกันกับเส้นทางไปหาดถ้ำพังบริเวณริมฝั่ง
ทะเลจะเป็นโขดหินขนาดใหญ่ สวยงาม เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามและมีจุดพักของนักท่องเที่ยวปลูก
เป็นกระโจมเล็กๆกลมกลืนกับบรรยากาศ ได้อย่างสวยงสมและลงตัวลงตัว
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก
คุณเอ http://phitchaphat.multiply.com
คุณน้ำพี้ http://nampee.multiply.com
คุณลูมิซิโอะ http://lumixio.multiply.com
การเดินทางไปเกาะสีชัง
1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางนา - ตราด มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี จากตัวเมืองชลบุรี มุ่งหน้าสู่บางแสน (หลักกิโลเมตรที่
104 ท่านจะถึงแยกขวามือเข้า หาดบางแสน ) จากทางเข้าหาดบางแสน ขับตรงไปประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึง ห้าง
โรบินสันศรีราชา ซึ่งอยู่ทางขวามือของท่าน ( ตรงห้างโรบินสัน คือ หลักกิโลเมตรที่ 117 ) จากนั้นให้เลี้ยวขวาตรง
ห้างโรบินสัน จากนั้นขับตรงไปยังท่าเรือเกาะลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึง ท่าเรือเกาะลอย
**หากท่านต้องการค้างคืนสามารถจอดรถไว้ืที่ฝั่งเกาะลอยๆได้**
1. รถโดยสารสาธารณะ
สามารถขึ้นรถได้ 2 แห่ง คือ
- สถานนีเอกมัย นั่งรถกรุงเทพ - สัตหีบ หรือกรุงเทพ - ศรีราชา หรือ กรุงเทพ - พัทยา แล้วไปลงที่ หน้าห้างโรบินสัน
ศรีราชา จากนั้นเดินข้ามฝั่งไปยังห้างโรบินสัน แล้วนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างหรือสามล้อเครื่องปยังท่าเรือเกาะลอย
( ค่าโดยสาร 40 บาท )
- สถานีหมอชิตรถออกทุกครึ่งชัวโมง ตั้งแต่เวลา 05.00-20.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ที่มีรถออกตั้งแต่ 04.30 น.
จากศรีราชา(ท่าเรือเกาะลอย) ไปยังเกาะสีชัง(ท่าเรือเทววงศ์)
มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเกาะลอยทุกวันตั้งแต่ 6.00 -20.00 น. ออกทุกชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที
จากเกาะสีชังมายังท่าเรือเกาะลอย ศรีราชาก็เช่นกัน แต่ในวันเสาร์อาทิตย์จะเพิ่มรอบเรือเวลา 7.00 น. ด้วย ค่าโดยสาร
40 บาท
**รายละเอียดสอบถามได้ที่เรือสีชังพาเลซ โทร. 038 216 276-82 หรือ เรือแสงประทีปบริการ โทร. 038 313 687
การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างไกลกันพอสมควร นักท่องเที่ยวจึงนิยมเช่ามอเตอร์ืไซต์หรือสามล้อเครื่อง
สกายแลป (นั่งได้ 3- 4คน) ค่ารถมอเตอร์ไซต์วันละ 250 บาท, ค่ารถสกายแลป 150-250 บาท แล้วแต่การแวะชม
สถานที่ท่องเที่ยวจุดใดบ้างซึ่งท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง
เทศบาลตำบลเกาะสีชัง 038 216 141
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553
เกาะสีชัง
…ถิ่นสุขกายสุขด้วย สุขดี
จิตรโปร่งปราศราคี ชุ่มชื้น
สองสุขแห่งชาวสี- ชังเกาะ นี้แฮ
อายุย่อมยืนพื้น แต่ร้อยเรือนริม…
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
อาการชีพจรลงเท้าก็ทำหน้าที่ โดยอย่างรวดเร็ว เมื่อมีเวลาเพียงครึ่งวันในการถ่ายทอดสถานที่สวยๆ ของ เกาะสีชัง อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี ที่หลายคนนึกไม่ถึงว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และโบราณสถานอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพนี่เอง
การเดินทางมาที่เกาะสีชังนั้นง่ายนิดเดียว เที่ยวคนเดียววันเดียวหรือค้างคืนก็ยังได้ ขับรถมาเองก็ไม่ไกล เพียงชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว หรือจะขึ้นรถประจำทางจากเอกมัยก็ได้ รถจะมาจอดที่ ห้างที่ชื่อว่า ตึกคอม และต่อรถไปที่ท่าเรือ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ใครขับรถมาก็ ตรงไปที่ท่าเรือเลย อยู่ใกล้ ๆ
เริ่มจากจุดเริ่มต้นที่เกาะลอย นั่งเรือโดยสารเพียงคนละ 50 บาท เรือออกทุกชั่วโมง จากเกาะลอย ไปถึงที่เกาะสีชัง ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 45 นาที แต่หากใครมีเวลา อยากให้มาเช้าๆกันหน่อยค่ะ เพราะหากจะเที่ยวทั่วทั้งเกาะภายในวันเดียว ตั้งกลับให้ทันเรือเที่ยวสุดท้ายตอน 6 โมงเย็น แต่แนะนำให้ค้างซักคืนเพื่อชมพระอาทิตตกดินยามเย็นย่ำ และตื่นมาพบกับความสวยงามของชีวิตยามเช้าบนเกาะ ...
มาถึงเกาะสีชังแล้วค้าบบบบ . . . ลงจากเรือมา ก็จะพบรถโดยสารรับจ้างบนเกาะ ถ้ามากันสองสามคน คงจะได้ลองสกายแลปกันแน่ๆ น่าตื่นเต้นดี แต่ก็ยังได้ขึ้นรถสองแถวค่ะ ส่วนใหญ่รถบนเกาะก็เป็นคนในพื้นที่เนี่ยแหล่ะ …
สกายแลป ประจำเกาะสีชัง เที่ยวนี้ได้นั่งเจ้าสองแถวคันหรู
นอกจากทำหน้าที่ขับรถแล้วยังเป็นเจ้าบ้านพาเราเที่ยวตามจุดต่างๆ อธิบายถึงประวัติความเป็นมาอย่างครบถ้วน พี่เค้าจะอยู่กับเราได้ทั้งวัน แวะได้ทุกจุดที่อยากแวะ นานเท่าไหร่ก็ได้ดีต่างหาก เรียกว่าบริการแบบเหมาวันกันไปเลย… และจุดแรกที่เราจะมุ่งหน้าไปก็ คือ หาดเขาพัง (อ่าวอัษฎางค์) …
เดินทางถึง หาดเขาพัง (อ่าวอัษฎางค์) อ่าวโค้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาด สวยงาม มีทรายขาวละเอียด น้ำใสสะอาด มีความเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การลงเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่นอีกเพียบ ทั้งบานาน่าโบ๊ท พายเรือคายัพ และแพห่วงยาง …
* * * * * * * * *
แวะเยี่ยมชมจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่ง คือ สะพานอัษฎางค์ ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นท่าเทียบเรือ พร้อมชมหมู่พระตำหนัก พระจุฑาธุชราชฐาน ที่ยังคงหลงเหลือความงดงามให้ชมอยู่ บางส่วนเป็นที่จัดแสดงของโบราณ เป็นสถาปัตยกรรมที่ยังคงปรากฎอยู่ท่ามกลางหมู่ต้นลีลาวดีที่ออกดอกส่งกลิ่น หอมเย็น ซึ่งจุดนี้อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง ตรงบริเวณแหลมวัง ...
เรือนไม้ริมทะเล เรือนวัฒนา
* * * * * * * * *
ช่องอิศริยาภรณ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ช่องเขาขาด” อยู่ทางด้านหลังของเกาะ ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ หากเป็นช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้สวยงาม และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นิยมมาตกปลาของเหล่านักตกปลาทั้งชาวเกาะและหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5
* * * * * * * * *
ก่อนกลับขอแวะ มาสักการะ เจ้าพ่อเขาใหญ่ ณ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาคยาศิระ ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางทิศเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีน ปนไทย…
จากบริเวณศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ท่าเรือ
และ บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้อย่างชัดเจน …
น่าเสียดายยังเที่ยวไม่เต็มอิ่มเลย ต้องรีบกลับให้ทันเรือเที่ยวสุดท้าย เกาะสีชังยังมี ฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ อัษภางค์ประภาคาร พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถนา วัดถ้ายายปรก ท่ายายทิม เกาะท้ายตาหมื่น และที่พักสวยๆ อยู่อีกมากมาย…
มาแล้วติดใจ เมืองไทย.คอม มีต่อภาคสอง แน่นอนค่ะ สัญญาว่าจะพามาให้ครบทั่วทั้งเกาะ ตาม Concept เที่ยวทั่วไทย กับ เมืองไทย.คอม
จิตรโปร่งปราศราคี ชุ่มชื้น
สองสุขแห่งชาวสี- ชังเกาะ นี้แฮ
อายุย่อมยืนพื้น แต่ร้อยเรือนริม…
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
อาการชีพจรลงเท้าก็ทำหน้าที่ โดยอย่างรวดเร็ว เมื่อมีเวลาเพียงครึ่งวันในการถ่ายทอดสถานที่สวยๆ ของ เกาะสีชัง อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี ที่หลายคนนึกไม่ถึงว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และโบราณสถานอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพนี่เอง
การเดินทางมาที่เกาะสีชังนั้นง่ายนิดเดียว เที่ยวคนเดียววันเดียวหรือค้างคืนก็ยังได้ ขับรถมาเองก็ไม่ไกล เพียงชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว หรือจะขึ้นรถประจำทางจากเอกมัยก็ได้ รถจะมาจอดที่ ห้างที่ชื่อว่า ตึกคอม และต่อรถไปที่ท่าเรือ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ใครขับรถมาก็ ตรงไปที่ท่าเรือเลย อยู่ใกล้ ๆ
เริ่มจากจุดเริ่มต้นที่เกาะลอย นั่งเรือโดยสารเพียงคนละ 50 บาท เรือออกทุกชั่วโมง จากเกาะลอย ไปถึงที่เกาะสีชัง ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 45 นาที แต่หากใครมีเวลา อยากให้มาเช้าๆกันหน่อยค่ะ เพราะหากจะเที่ยวทั่วทั้งเกาะภายในวันเดียว ตั้งกลับให้ทันเรือเที่ยวสุดท้ายตอน 6 โมงเย็น แต่แนะนำให้ค้างซักคืนเพื่อชมพระอาทิตตกดินยามเย็นย่ำ และตื่นมาพบกับความสวยงามของชีวิตยามเช้าบนเกาะ ...
มาถึงเกาะสีชังแล้วค้าบบบบ . . . ลงจากเรือมา ก็จะพบรถโดยสารรับจ้างบนเกาะ ถ้ามากันสองสามคน คงจะได้ลองสกายแลปกันแน่ๆ น่าตื่นเต้นดี แต่ก็ยังได้ขึ้นรถสองแถวค่ะ ส่วนใหญ่รถบนเกาะก็เป็นคนในพื้นที่เนี่ยแหล่ะ …
สกายแลป ประจำเกาะสีชัง เที่ยวนี้ได้นั่งเจ้าสองแถวคันหรู
นอกจากทำหน้าที่ขับรถแล้วยังเป็นเจ้าบ้านพาเราเที่ยวตามจุดต่างๆ อธิบายถึงประวัติความเป็นมาอย่างครบถ้วน พี่เค้าจะอยู่กับเราได้ทั้งวัน แวะได้ทุกจุดที่อยากแวะ นานเท่าไหร่ก็ได้ดีต่างหาก เรียกว่าบริการแบบเหมาวันกันไปเลย… และจุดแรกที่เราจะมุ่งหน้าไปก็ คือ หาดเขาพัง (อ่าวอัษฎางค์) …
เดินทางถึง หาดเขาพัง (อ่าวอัษฎางค์) อ่าวโค้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาด สวยงาม มีทรายขาวละเอียด น้ำใสสะอาด มีความเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การลงเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่นอีกเพียบ ทั้งบานาน่าโบ๊ท พายเรือคายัพ และแพห่วงยาง …
* * * * * * * * *
แวะเยี่ยมชมจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่ง คือ สะพานอัษฎางค์ ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นท่าเทียบเรือ พร้อมชมหมู่พระตำหนัก พระจุฑาธุชราชฐาน ที่ยังคงหลงเหลือความงดงามให้ชมอยู่ บางส่วนเป็นที่จัดแสดงของโบราณ เป็นสถาปัตยกรรมที่ยังคงปรากฎอยู่ท่ามกลางหมู่ต้นลีลาวดีที่ออกดอกส่งกลิ่น หอมเย็น ซึ่งจุดนี้อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง ตรงบริเวณแหลมวัง ...
เรือนไม้ริมทะเล เรือนวัฒนา
* * * * * * * * *
ช่องอิศริยาภรณ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ช่องเขาขาด” อยู่ทางด้านหลังของเกาะ ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ หากเป็นช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้สวยงาม และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นิยมมาตกปลาของเหล่านักตกปลาทั้งชาวเกาะและหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5
* * * * * * * * *
ก่อนกลับขอแวะ มาสักการะ เจ้าพ่อเขาใหญ่ ณ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาคยาศิระ ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางทิศเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีน ปนไทย…
จากบริเวณศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ท่าเรือ
และ บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้อย่างชัดเจน …
น่าเสียดายยังเที่ยวไม่เต็มอิ่มเลย ต้องรีบกลับให้ทันเรือเที่ยวสุดท้าย เกาะสีชังยังมี ฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ อัษภางค์ประภาคาร พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถนา วัดถ้ายายปรก ท่ายายทิม เกาะท้ายตาหมื่น และที่พักสวยๆ อยู่อีกมากมาย…
มาแล้วติดใจ เมืองไทย.คอม มีต่อภาคสอง แน่นอนค่ะ สัญญาว่าจะพามาให้ครบทั่วทั้งเกาะ ตาม Concept เที่ยวทั่วไทย กับ เมืองไทย.คอม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)